2005/Sep/29

จุดกำเนิดTrevor's Letter

ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่กลางป่า เขาคือ George Trevor ,สถาปนิกชื่อดังจาก New York ผู้ซึ่งเริ่มออกแบบคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่ต้นทั้งหมด วันนี้เจ้าของคฤหาสน์ท่านลอร์ด Ozwell E. Spencer ได้เชิญเขามารับประทานอาหารค่ำพร้อมกับครอบครัว เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับงานออกแบบอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้
สำหรับสมาชิกคนอื่นในครอบครัวอย่างเช่น Lisa Travor บุตรสาวอายุ14ปีของเขาและ Jessica Trevor ภรรยาสาวได้ถูกเชิญตัวมา ณ ที่นี่ก่อนแล้ว , แต่โชคไม่ค่อยดีนัก เมื่อ George ตามมาทีหลัง กลับไม่พบพวกเขาแม้เงา , George เกิดคำถามขึ้นในใจ พวกเขาหายไปไหนกันนะ?
ทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของจดหมายที่ George Trevor เขียนไว้ก่อนตาย ...
13 พฤศจิกายน 1967 คำเชื้อเชิญ
หลังจากทำงานเสร็จ ผมก็ได้เดินทางออกจากนิวยอร์คเพื่อมายังแมนชั่นซึ่งตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 6 โมงเย็น
ห้องโถงของคฤหาสน์ดูงดงามมาก แม้แต่บันไดที่นำทางขึ้นไปยังชั้นสองก็ยังคงน่าประทับใจ ทั้งหมดนี้ทำเอาผมเองถึงกับตะลึงอีกครั้ง ถือเป็นชิ้นงานที่ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากวันแรกที่ผมได้โชว์ต้นแบบของมันให้กับ Ozwell E. Spencer ในออฟฟิต ของเขา , และจนกระทั่งมันถูกสร้างเสร็จ ผมใช้เวลาถึง 5 ปีด้วยกัน สิ่งที่ Spencer ต้องการนั้นยากมากทีเดียว แต่ยังไงซะมันก็เสร็จสิ้นแล้ว
ครั้งแรกสิ่งที่ผมคิดว่าแม้แต่คนอื่นก็คิดว่ามันแปลกคือตัวของ Spencer เอง ตอนที่เขาหันมาพร้อมกับสะบัดผมสีขาวของเขาช่างดูแปลกและน่าประทับใจในคราเดียวกัน และดูท่าทางน่าจะเป็นบุคคลที่มีความมั่นใจสูงมาก ซึ่งเขาบอกผมว่า Jessica กับ Lisa นั้น ต้องรีบกลับไปเยี่ยมป้า Emma ที่กำลังป่วยหนัก หลังจากนั้นเราได้ดื่มไวน์ด้วยกัน มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่รู้ความลับในส่วนต่าง ๆ ของบ้านหลังนี้ดี

13 พฤศจิกายน 1967 The Banquet
ห้องอาหารช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก มีอาหารอันหลากหลายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้ Mahogany ที่เริดหรู โดยเฉพาะถ้ามองขึ้นไปยังระเบียงชั้นสอง คุณจะเห็นเทวรูปแห่ง Rodin ผู้มองลงมาราวกับมีชีวิต แต่ทั้งหมดนี้มีเพียงเราสองคน ( ผมและ Spencer ) เท่านั้นที่สามารถสัมผัสมันได้ โอ!... นี่ถ้า Jessica กับ Lisa ได้มาอยู่พร้อมกันในตอนนี้นะ...
จากที่ Spencer บอกมา , พวกเขา ( Lisa และ Jessica )ได้มาถึงที่นี่ก่อนผมประมาณ 3 วัน Lisa เองได้รับอนุญาตจาก Spencer ให้เล่นเปียโนในห้องดนตรีได้ ซึ่งเธอเองได้เล่นเพลง " Moonlight Sonata " ของ Beethoven ( เพลงถนัดของเธอเลยล่ะ ) Melody ที่ก้องกังวานไปทั่วผ่านแสงแดดยามบ่ายที่ทอผ่านชายป่าเข้ามายังคฤหาสน์ Spencer ได้ขอบคุณ Lisa ถึงบรรยากาศอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ , ผมนึกไปอย่างมีความสุขและคิดว่าเธอทั้งสองคงจะเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ดีเช่นเดียวกับผม


14 พฤศจิกายน 1967 ความพิศวง
ลอร์ด Spencer ได้พาผมเที่ยวชมไปรอบๆตัวคฤหาสน์ เขาเปิดห้องไว้หลายห้องมาก แทบทั้งหมดถูกตกแต่งไปด้วยผลงานศิลปะอันสวยงาม : ภาพวาดของ De Vinci , รูปปั้นของ Raphael หรือแม้กระทั่งรูปปั้นหัวเสือที่ในตาแพรวประกายไปด้วยเพชรสีแดง , ห้องอื่นๆที่ดูแปลกก็มีห้องที่เต็มไปด้วยรูปปั้นทหารโบราณที่หันหน้าเข้าหากัน ราวกับว่ากำลังต้องการปกป้องของสำคัญบางอย่างเอาไว้
สิ่งของเหล่านี้สะสมโดยลอร์ด Spencer ทั้งหมดในช่วงปีที่ผ่านมา เขาแทบจะถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลกนี้เลยก็ว่าได้ , คุณชอบมันไหม? ผมอยากใช้ที่นี่เป็นรีสอร์ท , สำหรับบริษัทใหม่ของเราไม่เพียงแต่พนักงานเท่านั้นที่สามารถมาอยู่แม้แต่แขกคนอื่นก็เช่นเดียวกัน
เขามีโครงการที่จะสร้างบริษัทยาข้ามชาติ ซึ่งเขาบอกผมว่าจะตั้งชื่อว่า Umbrella แต่ทำไมเขาถึงต้องซ่อนแทบทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นี่ด้วยนะ

18 พฤศจิกายน 1967
ครอบครัวของผมยังไม่มาซักที , ผมชักสงสัยแล้วซิ ว่าป้า Emma ป่วยมากขนาดนั้นเลยเหรอ
โทรศัพท์ยังไม่ถูกติดตั้ง ซึ่งดูจะเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร ผมเดินออกไปยังระเบียงด้านนอกชั้นสองเพื่อที่จะสงบจิตใจ เหล่าฝูงกามองมาทางผมอย่างแปลกประหลาด ผมชักรู้สึกแปลกๆแล้วสิและแล้วผมก็ได้สังเกตสิ่งผิดปกติสิ่งหนึ่ง เป็นบันได้ที่ถูกสร้างลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งทางเข้าอยู่หลังน้ำตกขนาดเล็ก ผมไม่ได้ออกแบบมันไว้นี่ แล้วใครสร้างมันล่ะ?
ระหว่างที่ผมกำลังตั้งคำถามอยู่กับตัวเองนั้น ชายชุดคลุมสีขาว 3 คนได้เดินออกมาทักพร้อมกับพูดว่า คุณเป็นใคร? เราไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเดินเข้าออกที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต! แล้วพวกเขาก็พาตัวผมออกจากที่นั่น

20 พฤศจิกายน 1967 ความสงสัย
ไม่มีทางที่ Jessica ภรรยาผมจะให้ปืนช๊อตกันเป็นของขวัญแก่ Spencer อย่างแน่นอน , ผมสูบบุหรี่พลางมองไปยังปืนช๊อตกันเก่าๆ ที่ถูกแขวนไว้ที่ผนัง พร้อมกับนึกในใจว่า ใครจะแลกของกับปืนที่ใช้การไม่ได้อันนี้นะ?
ทั้งลูกสาวและภรรยาของผมยังไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏตัวแต่อย่างใด ซึ่งผมเป็นกังวลเรื่องนี้มาก ลูกจ้างผมคนนึงเตือนผมไว้ว่าผมและครอบครัวไม่สมควรที่จะอยู่สถานที่แห่งนี้นานนัก แต่เมื่อผมบอกว่าผมจะออกไปประมาณวันพรุ่งนี้ , เขากลับหัวเราะและพูดว่า เปล่าประโยชน์น่า

21พฤศจิกายน 1967
กระเป๋าเดินทางถูกเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย และบางคนก็พาผมมายังห้องขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง ในขณะลอร์ด Spencer ยังไม่กลับมานั้น ผมได้สังเกตรูปวาดขนาดใหญ่รูปหนึ่งเป็นรูปของผู้ชายในชุดสีขาว ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของคนที่ออกมาต่อว่าผมที่สวนระเบียงชั้นสอง
ชีวิตนี้ช่างสั้นนัก ถูกเขียนไว้บนรูปภาพ , เวลาแสดงออกผ่านช่วงอายุต่าง ๆ ของมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนตาย , ครอบครัวของแกตายหมดแล้ว ชายคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะมาทางผม ราวกับเวลาทั้งหมดหยุดลง ณ ตรงนั้น เขาพูดเรื่องอะไรกันนะ? ตอนนั้นเองผมรู้สึกปวดอย่างแรงที่หลังคอ และผมก็ล้มลงบนพื้น

24พฤศจิกายน 1967
1St detention
ทำไมเขาจึงกลายเป็นคนแบบนี้? เกิดอะไรกับที่นี่กันแน่? แล้วบริษัทที่ชื่อ Umbrella มีจุดมุ่งหมายอะไรกัน? , ผมถูกจองจำอยู่ในห้องนี้และเวลาก็ผ่านไปอย่างช้าๆ , จุดมุ่งหมายคือเก็บทุกอย่างเป็นความลับและคุณกลายเป็นบุคคลสาบสูญ
วันหนึ่ง ชายชุดขาวพูดกับผมในระหว่างที่กำลังเอาอาหารมาให้ว่า จะมีความลับใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าชีวิตมนุษย์ล่ะ , มีเพียงลอร์ด Spencer กับผมสองคนเท่านั้น ที่รู้ความลับทั้งหมดของสถานที่แห่งนี้ดี และถ้าผมตายไป จะเหลือเพียงเขาคนเดียวที่กุมความลับเอาไว้ หรือนั่นเป็นเหตุผลที่มีการปล่อยสัตว์ประหลาดเหล่านี้ออกมา? ผมคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว มันจำเป็นที่จะต้องหนี...
คำถามอยู่ที่ว่าผมไม่ได้เป็นคนออกแบบสถานที่เหล่านี้ออกมาเฉยๆเท่านั้น ผมได้สร้างทางหนีไว้ให้สำหรับใครก็ตามที่พบว่าถูกขังอยู่ในนี้ดูเหมือนว่าลอร์ด Spencer จะต้องการทดสอบผมในเรื่องนี้สินะ...
ในขณะนั้น สัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งได้ตกลงมาจากฝาผนังลงมาบนตัวผม และดูเหมือนพวกมันต้องการทำร้าย โดยไม่มีเหตุผล ผมรีบกระโดดหนีออกมา , มันคืออะไรเนี่ย? มดงั้นหรือ?

28พฤศจิกายน 1967
2nd detention
ผมหาคำตอบไม่ได้ ต้นไม้ขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปทั่วห้อง , พระเจ้า! ใครสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเนี่ย

30 พฤศจิกายน 1967
เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีออกจากที่นี่ ห้องทดลองประหลาดที่นำทางไปสู่ชั้นใต้ดินที่หาทางออกไม่เจอ
สุดท้าย ผมได้พบจดหมายและรองเท้าส้นสูง , Jessica หรือว่าภรรยาและลูกสาวของผมต้องเจอสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน? ไม่! ผมจะต้องหนีออกไปให้ได้ ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรบางอย่างกับผม

5 ธันวาคม 1967 despair
คอผมแห้งไปหมดแล้ว ผมไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน , ทำไม? ราวกับว่าผมเหมือนกับหนูที่พยายามหนีออกจากกรง

7 ธันวาคม1967
ทุกอย่างมืดและเปียกชื้นไปหมด ในห้องใต้ดินแห่งนี้ และแล้วผมก็พบสิ่งของบางอย่าง ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าผม ผมใช้มือลูบคลำมันและพบคำตอบว่ามันคือหลุมฝังศพ ที่มีชื่อของผมสลักเอาไว้
George Trevor นั่นมันผมไม่ใช่หรือ? Spencer ได้คำนวณไว้ก่อนหน้านี้แล้ว , Jessica ยกโทษให้ผมด้วย ที่ต้องพาคุณมาเจอสิ่งเหล่านี้ ช่วงเวลาสุดท้าย... ก่อนที่เราจะได้เจอกันในสวรรค์


George Trevor
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Wesker Report

WESKER REPORT
"ผมชื่อ Albert Wesker "
ผมปรารถนาที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้านักวิจัยในบริษัท Umbrella ซึ่งเป็นบริษัทที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ ซึ่งเรารู้จักกันดีในนามของ B.O.W. เพื่อที่จะทำการพัฒนา แต่ที่ศูนย์วิจัยอีกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมือง Raccoon ผมได้พบอัจฉริยะคนหนึ่ง เขาก็คือ William Birkin
ในเวลาเดียวกันนั้นผมเองได้เปลี่ยนฐานะของตนเองมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วย S.T.A.R.S. , หน่วยรบพิเศษของสถานีตำรวจประจำเมือง Racoon เพื่อที่จะคอยควบคุมการทำงานของตำรวจในเมือง เพื่อไม่ให้แพร่งพรายเกี่ยวกับการค้นคว้าวิจัยที่ผิดกฎหมายของ Umbrella ซึ่งในสถานีตำรวจก็มีสายของเราอยู่ไม่น้อยทีเดียว
ผมเข้ามาเป็นหัวหน้าของหน่วย S.T.A.R.S. และรวบรวมข้อมูลการค้นคว้าวิจัยทั้งหมดของ Umbrella ไว้ตลอดเวลา เพื่อที่จะนำไปใช้กับแผนการที่วางเอาไว้ ตอนนี้เหลือเพียงรอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง

และแล้ว , เวลานั้นก็มาถึง
- วันที่ 24 กรกฎาคม 1998 -
เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมปริศนาขึ้นในป่า Racoon ใกล้ๆกันกับคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าลึก คฤหาสน์หลังนั้นเป็นที่ตั้งของศูนย์ทดลองลับของ Unbrella ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าสาเหตุของการฆาตกรรมทั้งหมด เชื้อ T-Virus ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ทันทีที่เรื่องแดงขึ้นมา ทาง Umbrella ได้สั่งให้ผมคอยจัดการไม่ได้หน่วย S.T.A.R.S. เข้ามาจุ้นจ้านกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่ความหวาดหวั่นของประชากรในเมือง ได้บังคับให้พวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปสืบหาความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งนั่นก็ทำให้มีคำสั่งใหม่ออกมาจากทาง Umbrella ทันที นั่นคือส่งหน่วย S.T.A.R.S. ทั้งหมดเข้าไปในคฤหาสน์ แล้วก็กำจัดทิ้งซะ จากนั้นส่งรายงานสถานการณ์ทั้งหมดไปที่ศูนย์ใหญ่เกี่ยวกับข้อมูลการต่อสู้ของพวกเขากับสัตว์ทดลองของ Umbrella เพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้มาใช้ในการวิจัยสัตว์ทดลองตัวใหม่ๆต่อไป
จากหน่วย S.T.A.R.S. ทั้ง 2 ทีมผมได้ตั้งความหวังไว้กับทีมบราโว่ และส่งพวกเขาไปก่อน และพวกเขาก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง ข้อมูลการต่อสู้นั้นมีประโยชน์ต่อเรามาก หลังจากนั้นผมจึงเร่งให้ทีมอัลฟาตามไปทันทีโดยอ้างเหตุผลว่า เพื่อต้องการ "ค้นหาและช่วยเหลือ" ทีมบราโว่ที่หายสาบสูญไป ข้อมูลการต่อสู้ของทีมอัลฟาเองก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน
มีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 5 คน จากหน่วย S.T.A.R.S. ทั้งหมด 11 คน โดยเป็นคนจากทีมอัลฟาได้แก่ Christ Redfield , Jill Valentine , Barry Burton จากทีมบราโว่ 2 คนคือ Rebecca chambers และ Enrico Marini
นี่คงเป็นเวลาที่ผทจะได้เริ่มแผนที่วางไว้จริงๆซักที ขั้นแรกก็คือการรวบรวมข้อมูลค้นคว้าวิจัยของ Umbrella ทั้งหมดรวมถึงอาวุธชีวภาพอย่าง Tyrant จากนั้นก็ไปเข้าร่วมกับบริษัทคู่แข่งของ Umbrella แต่การที่จะเข้าบริษัทนั้นได้ ผมจะต้องมีข้อมูลการต่อสู้ของ Tyrant ด้วย
สมาชิกของหน่วย S.T.A.R.S. มีความสามารถสูงมาก และเหมาะที่จะเป็นตัวอย่างการเก็บข้อมูลการต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทางเดียวที่จะให้พวกเขาตามติดกับนั้น ผมจะต้องมีหนอนบ่อนไส้อีกคนไว้ในทีม ซึ่งนั่นก็คือ Barry
สาเหตุที่ผมเลือก Barry เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งและรักครอบครัวมากกว่าสิ่งใด ซึ่งคนแบบนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะแบล็คเมย์ได้ ผมแค่ลักพาครอบครัวเขาไปแล้วขู่ว่าจะฆ่าทิ้งหากไม่ทำตามซะก็สิ้นเรื่อง น่าเสียดายสำหรับ Christ และ Jill ที่ผมคาดการณ์ไว้เช่นเดียวกันในตอนแรก แต่ทว่าตอนนี้แค่ Barry ก็เพียงพอที่จะทำให้แผนการบรรลุผลแล้ว

แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นดังที่คาด
ผมจำเป็นต้องกำจัด Enrico ทิ้งซะ เนื่องจากเขาค้นพบเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ผมจึงสั่งให้ Barry เป็นคนไปยิงเขาทิ้ง จากนั้นก็เพียงรอให้ Barry ล่อคนอื่นในหน่วย S.T.A.R.S. ให้เข้ามายังห้อง Tyrant เท่านั้น ผมฉีดเชื้อไวรัสที่ Birkin ให้มาเข้ากับตัวเอง เพราะถ้าผมทำให้ Umbrella เชื่อได้ว่าผมเสียชีวิตแล้ว มันจะเป็นการสะดวกกว่าที่ผมจะขายตัวเองให้บริษัทอื่น จากที่ Birkinได้บอกมา ผมจำเป็นต้องอยู่ในสภาพที่เสียชีวิตก่อนเพื่อที่จะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยพลังของเชื้อไวรัส และทำให้ผมมีพลังมากกว่ามนุษย์ธรรมดา ดังนั้นผมจึงให้ Tyrant ออกมาและฆ่าผมทิ้งซะ
ก่อนที่ผมจะสิ้นสติไป ผมมั่นใจว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแผนการที่วางไว้เป็นอย่างดี
แต่ไม่น่าเชื่อว่าหน่วย S.T.A.R.S. จะสามารถกำจัด Tyrant ลงได้ อาวุธอย่าง Tyrant ที่จะใช้ขายให้กับบริษัทใหม่ก็ถูกทำลายลง แผนการพังพินาศ ตอนนี้ใครก็ตามที่มาขัดขวางแผนการของผมทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดทิ้ง ผมวางแผนนี้ไว้นานมาก แต่เมื่อมันจบลงแบบนี้ สมาชิก S.T.A.R.S. ทั้งหมดจะต้องชดใช้

- กันยายน -
หลังจากเหตุการณ์ในคฤหาสน์ผ่านไป 2 เดือน ผมได้พยายามที่จะเก็บข้อมูลใหม่ทั้งหมดโดยการร่วมมือกับ Ada Wong , หญิงสาวที่ถูกส่งมาจากอีกบริษัทเพื่อที่จะเข้ามาแทรกซึมใน Umbrella ผมรู้ดีว่ากุญแจสำคัญของผมตอนนี้คือ William Birkin , แต่เขาไม่รู้ว่า Umbrella ไม่เคยเล่นเกมกับใคร ทันทีทันใดที่เชื้อไวรัส G พัฒนาเสร็จ , Birkin จะถูกฆ่าทิ้งและเชื้อจะตกไปอยู่ในมือของ Umbrella ทันที
แต่ทว่าหน่วย Hunk ของ Umbrella ได้ไปถึงก่อนเรา ทันทีที่พวกเขาพบ Birkin เขาก็ได้ฉีดเชื้อเข้าร่างกายตนเองจนกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตทดลอง และกำจัดพวก Hunk ทิ้ง
โชคร้ายที่จากการต่อสู้นั้นทำให้เชื้อไวรัสรั่วไหลออกไปโดยมีพาหะเป็นหนูและเชื้อได้แพร่กระจายไปทั่วเมือง ตอนนี้ Umbrella เจอสิ่งที่ไม่คาดฝันแล้วเช่นเดียวกัน

- วันที่ 28 กันยายน 1998 -
ประชากรในเมืองกลายเป็นZombie และเมืองก็ถึงจุดจบ เพราะไม่มีมนุษย์หน้าไหนสามารถต่อกรกับ Zombie จำนวนมากขนาดนั้นได้
ในเวลาเดียวกัน Umbrella ที่ยุโรปก็ได้ส่งอาวุธชีวภาพตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า "Nemesis" ลงมายังเมืองเพื่อที่จะกำจัดสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ทั้งหมด ที่ยังมีชีวิตเหลือรอดอยู่ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าองค์กรของเราก็ต้องการข้อมูลของ Nemesis ด้วยเช่นเดียวกัน

- วันที่ 29 กันยายน 1998 -
เพื่อที่จะปกปิดทุกอย่างไว้ Umbrella ได้ส่ง Tyrant มาเพื่อกำจัด Leon และ Claire สองผู้ที่พยายามจะสืบค้นเบื้องหลังของเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากนั้น เราทราบมาว่า Birkin ได้ซ่อนเชื้อไวรัส G ไว้ในจี้ห้อยคอของลูกสาวของเขา Sherry , ในระหว่างที่ Umbrella กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการเหตุการณ์ทั้งหมดเราต้องได้ตัว Sherry มาก่อนพวกเขา ผมจึงได้ส่ง Ada ไปตามหาที่อยู่ของ Sherry ส่วนผม "ชายที่ตายไปแล้ว" จำเป็นจะต้องทำงานอยู่เบื้องหลังแทน
การทำงานของ Spy ให้เหมือนกับเครื่องจักรกล โดยไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาแทรกนั้นเป็นเรื่องยาก และแล้วสิ่งที่ผมกังวลก็เป็นจริง เมื่อ Ada ตกหลุมรัก Leon ทำให้แผนการณ์ทั้งหมดผิดพลาด และด้วยความรู้สึกส่วนตัวของเธอ ทำให้เธอเองก็พบกับจุดจบด้วยเช่นกัน แต่ทว่าผมจำเป็นต้องช่วยชีวิตเธอไว้เนื่องจากเธอยังมีประโยชน์กับเราอยู่ ส่วนพวกเราคนอื่นได้พยายามตามไปเก็บเชื้อไวรัส G ที่ Leon โยนทิ้งไป แต่ทว่า Hunk ซึ่งเหลือรอดเพียงคนเดียว ได้ไปถึงก่อนเรา

- วันที่ 30 กันยายน 1998 -
ตอนนี้ทางเลือกเดียวของเราก็คือให้สัตว์ทดลอง Birkin กลับมาสู้กับ Claire และ Leon เพื่อที่เราจะได้เก็บข้อมูลการต่อสู้ได้ ถึงแม้ว่า Leon และ Claire จะสามารถปราบเขาลงได้ แต่เราเองก็ได้ประสบความสำเร็จในการเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างของไวรัส G จากศพของ Birkin

- วันที่ 1 ตุลาคม 1998 -
ในตอนเช้าของวันนี้ กระทรวงกลาโหมได้สั่งระเบิดเมือง Racoon ทิ้งเพื่อที่จะหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส หลังจากนั้น Clarie ได้ไปยังยุโรปเพื่อตามหา Christ พี่ชายของเธอ ส่วน Leon ก็ได้เข้าร่วมกับหน่วยใต้ดินที่ต่อต้าน Umbrella
ตอนนี้ Sherry ได้ปลอดภัยอยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้ว ผมไม่เคยมองข้าม Birkin เลย

" มันต้องมีอะไรซักอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กคนนี้อย่างแน่นอน... "
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Wesker Report II


ครั้งแรกที่มายังสถานที่แห่งนี้ผมอายุเพียง 18 ปีเท่านั้นและนั่นเป็นช่วง Summer แต่นั่นมันเมื่อ 20 ปีก่อน
ผมยังจำความรู้สึกตอนที่เฮลิคอปเตอร์พาเรามายังสถานที่แห่งนี้ครั้งแรกได้ดี ถึงแม้ดูจากภายนอกมันจะเป็นเพียงแค่คฤหาสน์เก่าแก่หลังหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ซ่อนลงไปลึกกว่านั้นมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป
Birkin เด็กหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าผมเพียง 2 ปี ดูราวกับว่าจะสนใจแต่เรื่องข้อมูลการทดลองที่เขาเพิ่งได้มาไม่นานนี้
วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 1978
2 วันก่อนหน้านี้ เรา 2 คน (Birkin,Wesker) ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสถานที่แห่งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนว่าจะมีการวางแผนการทำงานไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานานแล้ว คนที่รู้ความลับทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีก็คือ Spencer ซึ่งตอนนั้นเขายังทำการทดลองเกี่ยวกับ T-Virus อยู่ที่ห้องทดลองในหุบเขา Arklay
ทันทีที่เราลงจากเฮลิคอปเตอร์ หัวหน้าห้องแล็ปได้ยืนต้อนรับอยู่ที่หน้าลิฟต์อยู่แล้ว ผมจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของเขา ผมรู้แค่ว่าเรา 2 คนถูกดึงตัวให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยวิจัยในโครงการผลิต T-Virus ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นความประสงค์ของ Spencer เองโดยตรง เราเป็นเพียงผู้ถูกเลือก
เรา 2 คนไม่ได้สนใจหัวหน้าห้องทดลองแต่อย่างใด ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดคงเป็นการอธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับแผนการในโครงงานทั้งหมด รวมถึงความตั้งใจของ Spencer ผู้ก่อตั้ง สำหรับ Birkin ก็ยังเหมือนเดิม คือไม่ได้สนใจใครแต่อย่างใด
สำหรับคนอื่นที่เห็นการกระทำของพวกเราก็คงไม่ค่อยชอบขี้หน้าของพวกเรานัก แต่สำหรับหัวหน้าห้องทดลองเขากลับไม่ได้สนใจแต่อย่างใดแน่นอนว่าตอนนั้นเรายังเป็นเด็กมากสำหรับงานระดับนั้น ทางหัวหน้าแล็ปก็คงจะรู้ดีและรู้ว่าที่ Spencer ดึงพวกเรามานั้นมีเหตุผลเบื้องลึกอย่างไร
ในขณะอยู่ในลิฟต์ Birkin ก็ยังคงสนใจอยู่แต่กับข้อมูลของการทดลอง ซึ่งข้อมูลนั้นเกี่ยวกับไวรัสชนิดใหม่ที่พึ่งค้นพบในแอฟริกาเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีชื่อว่า "Ebora" ซึ่งแม้แต่ขณะนี้ก็ยังมีนักวิทยาศาสตร์เป็นพันคนที่ทำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อตัวนี้ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือพวกที่หาทางป้องกันและรักษาคนที่ติดเชื้อตัวนี้ ในขณะที่อีกฝ่ายกลับหาทางพัฒนามันเพื่อใช้เป็นอาวุธสงครามเท่าที่ผมรู้ ถ้าใครสักคนติดเชื้อนี้เข้าไปอาจจะมีโอกาสรอดเพียง 10 % เท่านั้นซึ่งเชื้อตัวนี้มีความสามารถในการทำลายโครงสร้างของมนุษย์ทั้งหมดภายใน 10 วัน เท่านั้น แม้แต่ในตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบยารักษา ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามันถูกเอาไปใช้ในอาวุธสงคราม มันจะเป็นอาวุธที่ร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
อย่างที่รู้กันดีว่าการสร้างอาวุธด้วยเชื้อไวรัสมันผิดกฎหมายและแผนของเราก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ผมเชื่อว่าต้องมีใครซักคนที่กำลังทำการทดลองเกี่ยวกับมันอยู่อย่างแน่นอนดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันจึงจะเป็นการดีที่พวกเราจะทำการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อตัวนี้ก่อนใคร แต่เส้นกั้นระหว่างการสร้างอาวุธและยารักษานั้นมันห่างกันนิดเดียว ดังนั้นอาจจะมีบางคนที่บอกว่าทำการวิจัยยารักษาอยู่แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างอาวุธชีวเคมีไปด้วยในตัว แต่สำหรับ Birkin เขาไม่ได้สนใจข้อมูลเหล่านี้แต่ประการใด เขาต้องการที่จะทำการทดลองทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง ซึ่งยังคงจะต้องใช้เวลาอีกนานในการศึกษาข้อมูล ที่เรารู้ตอนนี้มีแค่เพียงว่าไวรัสจะตายเองภายใน 1 วันและจะตายทันทีหากโดนแสงแดด อย่างที่สองคือมันจะสามารถฆ่าบุคคลที่มันเข้าไปสิงสู่ในเวลาอันรวดเร็ว และสุดท้ายคือมันจะสามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้แค่ด้วยการสัมผัสเท่านั้นจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันแพร่ เข้าสู่มนุษย์ บางทีคนๆนั้นอาจไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แน่นอนว่าในฐานะการเป็นมนุษย์เขาได้ตายไปแล้ว แต่ในทางสงครามล่ะ เขายังเป็นอาวุธชั้นดี ในการแพร่เชื้อตัวนี้ไปสู่คนอื่น นั่นเพียงเพราะในตอนนั้นเขายังไม่ได้ตายทันที นั่นอาจเป็นเพราะ RNA กับ DNA ของไวรัสตัวนี้เข้าไปผสมกับ DNA ของมนุษย์ก็เป็นได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่กำลังวิจัยเชื้อตัวนี้อยู่ Umbrella ภายใต้การนำของ Spencer ได้บอกแก่ชาวโลกว่าที่นี่เป็นเพียงบริษัทผลิตยารักษาโรคธรรมดา แต่หารู้ไม่ว่าที่แท้จริงแล้ว มันเป็นองค์กรพัฒนาอาวุธทางชีวภาพขนาดใหญ่เลยทีเดียว การทำการทดลองบนเชื้อไวรัสต่างๆ นั้นเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนา T-Virus ของเราดั้งเดิมแล้วเชื้อไวรัสที่เราทำการพัฒนาเป็นเพียงตัว RNA ที่จะมีผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าไปด้วยอาการผิดปกติบางอย่างเท่านั้น
Birkin นั้นให้ความสนใจกับเจ้า Ebora เป็นอย่างมาก เขามีแนวคิดที่จะนำเชื้อไวรัส 2 ตัวมาผสมกันเพื่อสร้างเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าเก่า โดยเจ้าเชื้อ Ebora นั้นได้ถูกส่งมายังสถานีทดลองแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว เราผ่านลิฟต์หลายชั้นมาก จนสุดท้ายก็มาถึงที่หมายจนได้ แต่เมื่อไปถึงแม้แต่ Birkin ผู้ไม่สนใจใคร ก็ยังต้องหันหน้าขึ้นมามอง เมื่อคนที่รอต้อนรับเราอยู่ที่ปลายทางนั้นเป็นหญิงสาวคนหนึ่งแต่เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเธอถูกเก็บเป็นความลับไม่ให้แพร่งพรายออกไปข้างนอกทั้งหมดแต่จากการบันทึกเรารู้แค่ว่าเธออยู่ที่นั่นตั้งแต่สถานีทดลองได้เริ่มสร้างในระยะแรกๆ ซึ่งตอนนั้นเธออายุได้ 25 ปีแล้ว แต่ชื่อของเธอ และเหตุผลที่เธออยู่ที่นั่นนั้นยังเป็นความลับอยู่
เธอเป็นตัวอย่างการทดลองสำหรับ T-Virus โดยการทดลองได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1967 ภายใน 11 ปีที่เธอได้ผ่านเชื้อไวรัสมาแล้วนับไม่ถ้วนผมได้ยิน Birkin กระซิบบอกอะไรซักอย่าง แต่ฟังไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นเราได้มาถึงในสถานที่ที่เราไม่สามารถจะย้อนกลับไปได้อีกแล้วสำหรับพวกเราตอนนั้นมีทางเลือกเพียงสองทางคือ ทำการทดลองจนสำเร็จหรือไม่ก็มีจุดจบเหมือนกับเธอคนนั้น หญิงสาวที่นอนอยู่ในหลอดทดลองมาเป็นเวลา 11 ปี เธอได้ทำให้พวกเราตัดสินใจบางอย่าง...21 กรกฎาคม 1981 - 3ปีให้หลัง
วันนี้ทาง Umbrella ได้รับตัวเด็กหญิงสาวอายุ 10 ปีเข้าไปอยู่ในศูนย์วิจัยที่ทวีปแอนตาร์คติคก้าเธอชื่อ Alexia Ashford ในขณะนั้นผมอายุได้ 21 ปี และ Birkin ก็อายุ 19 แล้ว ซึ่งมันเป็นที่ร่ำลือในหมู่นักวิจัยด้วยกันเกี่ยวกับเด็กสาวคนนี้เป็นอันมากเนื่องจากเรารู้ว่าตระกูล Ashford เป็นตระกูลที่เป็นสมาชิกเก่าแก่ระดับสูงของ Umbrella ในอดีตทุกครั้งทีมีบางอย่างผิดปกติในการทดลอง จะมีบางคนชอบบ่นว่า "นี่ถ้า Edward ยังมีชีวิตอยู่นะ" ซึ่งมันเป็นความจริงที่ว่าเขาเป็นคนแรกที่เริ่มทำการทดลองเชื้อไวรัสและเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ T-Virus นี่ทั้งหมด แต่หลังจากที่ Umberlla ได้ก่อตั้งขึ้น เขาก็ตาย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องราวเมื่อ 13 ปีก่อนหน้านี้ และเราก็ไม่ได้สนใจกับตระกูล Ashford แต่อย่างใดนับหลังจากนั้น ซึ่งในความเป็นจริงหลังจากที่ Edward ตายห้องแล็ปที่แอนตาร์คติคก้าที่มีลูกชายของเขาควบคุมอยู่ก็ไม่ได้ทำอะไรออกมาเลย บางทีหลานสาว (Alexia) ของเขาคนนี้ก็อาจจะไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดกับพวกเราเช่นกันแต่ในวันหนึ่งคนงานของเราบางคนก็ได้พูดว่า "นี่เพราะ Alexia นะ..." แน่นอนว่ามันทำให้ผมไม่พอใจ เพราะคนงานไร้ค่าเหล่านี้มักตัดสินคนจากสถานะภายนอกเท่านั้น และเพราะการคิดเป็นแบบนี้ทำให้คนพวกนี้ไม่สามารถคิดที่จะทำอะไรออกมาด้วยตัวเองได้เลย อาศัยแต่การชี้แนะจากคนอื่นตลอด แต่ยังไงซะ ผมก็คงได้รับการยกย่องจากคนเหล่านี้อยู่เหมือนเดิมถ้าผมมัวแต่ให้เรื่องเหล่านี้อยู่ในหัวผม สงสัยการทำงานก็จะต้องล่าช้าไปอย่างแน่นอนในฐานะหัวหน้านักวิจัยผมจะต้องควบคุมตัวเองให้ได้ตลอดเวลาไม่งั้นก็คงถึงจุดจบอย่างที่รู้กัน แต่หลังจากนั้น ผมก็ได้คิดบางสิ่งบางอย่างออก ผมสามารถใช้คนงานเก่าๆ พวกนี้เป็นทางผ่านในการประสบความสำเร็จของผมได้ พวกคนงานไร้ค่าเหล่านี้จะต้องตายอย่างแน่นอนในอนาคต ดังนั้นจะแปลกอะไร ถ้าเราใช้คนพวกนี้เป็นตัวอย่างการทดลองซะ เพื่อเอาชนะคนอื่น ผมจะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวให้เป็นประโยชน์ แต่ปัญหาอยู่ที่ Birkin เนื่องจากเขามีปฎิกริยาต่อ Alexia มากเกินไป
ถึงเขาจะไม่เคยพูดก็ตาม แต่ในความจริง เขาภูมิใจมากกับการได้ร่วมทดลองด้วยอายุที่น้อยที่สุดในตอนนั้น คือ 16 ปี แต่ความภูมิใจของเขาได้ถูกทำลายโดยเด็กสาวอายุ 10 ปีคนนี้ทั้งหมด เด็กที่เกิดมาเพื่อเป็นอัจฉริยะโดยเฉพาะ Birkin ได้พบกับการท้าทายครั้งแรกของเขาแล้ว
เขายอมรับไม่ได้ที่จะมีเด็กผู้หญิงอายุเพียง 10 ปี เข้ามาร่วมทำงาน โดยเป็นถึงคนในตระกูลอันสูงส่งที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Umbrella และยังไม่เคยทำงานอะไรเลย ที่จริงเหตุผลสำคัญที่สุดคือ เธอยังเป็นเพียงเด็กเท่านั้น แต่สำหรับผม ผมต้องพา Birkin ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ เพราะเราเริ่มเข้าสู่คำตอบที่เรากำลังค้นคว้าไปเรื่อยๆแล้วในตอนนี้เชื้อไวรัสที่ถูกทดลองในฐานะของการสร้างอาวุธชีวภาพ แต่ผลกระทบของมันไม่สามารถยืนยันการทำงานได้ 100 % เนื่องจากคนแต่ละคนจะมี DNA ที่แตกต่างกันดังนั้น ปฎิกิริยาที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคลจึงไม่เหมือนกัน แม้แต่ในคนที่ถูกทดลองที่ร่างกายเข้าสู่สภาวะ Discontrol ที่เราเรียกกันว่า Zombie นั้นเชื้อไวรัสสามารถทำงานได้เพียง 90 % เท่านั้น ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ซึ่งที่จริงแล้ว 90% นี่ก็ใช้ในการฆ่าคนได้แล้ว แต่ Spencer ไม่ได้คิดแค่นั้น เขาต้องการ 100% ของการทำงานในการควบคุมอาวุธมนุษย์ชีวะ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้ทั้งหมดในตอนแรกนั้น เชื้อที่เราทำการสร้างอาวุธนั้นมีมูลค่าในการสร้างเพียงนิดเดียวแต่ตอนนี้มันมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถ้า Spencer ต้องการแค่ทำเงิน เขาคงจะไม่ทำเช่นนี้แน่นอน ถ้าเรานำไวรัสที่อยู่ในสถานะขณะนี้ออกขาย เราสามารถทำเงินได้อย่างมากมาย แต่การทดลองยังคงไม่สิ้นสุดแค่นั้น ทำไมเขายังคงทำการทดลองเกี่ยวกับมันอยู่ ทั้งๆที่เขากำลังสูญเสียเงินไปเรื่อยๆ ผมเองยังไม่เข้าใจว่า Spencer กำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนี้กลับมาที่ Birkin ตอนนี้เขาได้สร้างอาวุธชีวภาพชนิดใหม่ขึ้นมาได้แล้ว เราเรียกมันว่า "Hunter" ซึ่งมีอานุภาพในการโจมตีสูงเลยทีเดียว แต่เราต้องหยุดการทดลองไว้แค่นี้ก่อน เพื่อที่จะเอาชนะ Alexia อย่างสมบูรณ์แบบ Birkin เริ่มทำอะไรบางอย่างที่แปลกไป เขากินนอนอยู่ในห้องทดลองตลอด 24 ชม. และทำการทดลองหลายๆอย่างโดยไม่ได้วางแผนร่วมกันไว้
ผมยังคงเก็บข้อมูลการทดลองอื่นๆจากนักวิจัยคนอื่นๆได้เรื่อยๆ และเราต้องรีบทำให้สำเร็จก่อนตัวอย่างการทดลองจะตายก่อน แต่ความคืบหน้าในการทดลองส่วนตัวของ Birkin นั้นไปเร็วเกินกว่าที่พวกเราคาดคิดไว้นัก ภายในไม่ช้าตัวอย่างการทดลองจะต้องตายอย่างแน่นอน และเราคิดว่า Spencer จะต้องหาตัวอย่างการทดลองรายใหม่มาให้เรา แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เธอยังมีชีวิตอยู่เธออายุ28 ปีแล้ว ขณะนี้เธอได้อยู่ในห้องทดลองของเรา 14 ปี ในเวลา 14 ปีนั้นเชื้อไวรัสน่าจะทำลายทุกส่วนของเธอไปแล้ว สำหรับความตายคงจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการเป็นอย่างมาก แต่เธอยังคงมีชีวิตอยู่แม้ในขณะนี้ เธอสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยังไงนานขนาดนี้? ทั้งๆ ที่ข้อมูลของเธอก็เหมือนกับตัวอย่างการทดลองรายอื่น แต่ทำไมเธอถึงยังมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าใคร ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นความลับ เสาร์ที่ 31 ธันวาคม 1983
เป็นหน้าหนาวครั้งที่ 6 แล้วที่ผมได้มาทำงานที่ศูนย์วิจัย Arklay แห่งนี้ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา เราไม่มีผลงานหรือความคืบหน้าใดๆ จากการวิจัยของเราเลย แต่ตอนนี้มันได้มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว เราได้ยินข่าวมาว่า Alexia เสียชีวิตแล้ว อันเนื่องมาจากสาเหตุของไวรัส T-Veronica ที่เธอทำการวิจัยอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะหนักเกินไปสำหรับเด็กสาวอายุเพียง 12 ปี อย่างเธอที่จะมาทำงานวิจัยที่มีอันตรายและมีความเสี่ยงสูงเช่นนี้
เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทดลองเชื้อไวรัสโดยใช้ตัวเองเป็น Test Subject ของ Alexia ซึ่งมันไม่น่าเชื่อซักเท่าไหร่นัก รึบางทีเธออาจจะยอมรับไม่ได้ที่พ่อของเธอต้องตายในการทดลองเมื่อปีก่อน หลังจากที่พ่อเธอตาย Alexia และพี่ชายฝาแฝดของเธอก็เข้าดูแลศูนย์วิจัยที่แอนตาร์คติกก้าต่อ แต่คงไม่มีใครคาดหวังผลงานใดๆจากพวกเขา และก็เป็นดังที่คิด 2 พี่น้อง Arhford ก็ไม่ได้ให้อะไรเพิ่มเติมกับเราอีกเลย อย่างที่พูดเอาไว้ตั้งแต่ต้น ตระกูล Ashford เป็นเพียงตำนานและก็จะเป็นอย่างนั้นอยู่ต่อไป
จากข่าวการตายของ Alexia ทำให้ Birkin เปลี่ยนไป หรือจะพูดได้ว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิมนั่นเอง แต่ว่าตอนนี้ไม่มีใครสามารถแซงหน้าเขาได้ ทุกคนต้องยอมรับเขา แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ควรพูดเรื่อง Alexia ต่อหน้าเขา
แม้กระทั่งตอนที่ผมพยายามที่จะเอาตัวอย่างของ T-Veronica , Birkin เองกลับไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง ดังนั้นผมคงต้องหยุดเรื่องการหาข้อมูลของงานวิจัยที่ Alexia ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้าย Birkin ก็ไม่ได้เปลี่ยนแต่อย่างใด แม้ว่าสิ่งรอบตัวเขาจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม แต่จริงๆแล้ว มันมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น
ศูนย์วิจัยเราตั้งอยู่ในใจกลางป่าลึกของหุบเขา Arklay ที่ล้อมรอบเมือง Racoon City อยู่ ผมออกไปเดินเล่นรอบๆแนวป่าประจำ แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะพบมนุษย์คนอื่นแต่อย่างใด อาจจะเพราะมันอยู่เข้าไปลึกเกินไปนั่นเอง ทางเดียวที่จะเข้ามาที่นี่ได้คือทางเฮลิคอปเตอร์
มันมีข้อควรระวังสำหรับอาวุธชีวเคมี ซึ่งยังมีโอกาสเป็นไปได้ที่เชื้อจะแพร่ออกไปจากศูนย์ ที่จริงมันสามารถป้องกันได้แต่ยังไงซะ สำหรับการป้องกันอาวุธชีวเคมีมันไม่ใช่เรื่องง่าย และมันเองยังสามารถแพร่เข้าสู่สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์อีกด้วย

สำหรับไวรัสทุกชนิด ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันจะมีผลกระทบเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นไวรัส Influenza มันไม่ได้มีผลกระทบต่อมนุษย์อย่างเดียว แม้กระทั่ง นก , หมู , ม้า หรือแม้กระทั่ง แมวนํ้า และแม้กระทั่งใน Species เดียวกัน ก็เป็นรายเฉพาะๆไปเท่านั้นที่จะมีผลกระทบโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น นกนางนวล กับไก่ แต่หากนกชนิดอื่นกลับไม่เป็นอะไร
และแม้แต่เชื้อตัวเดียวกันก็สร้างผลกระทบที่แตกต่างกันไปในแต่ละสิ่งมีชีวิตซึ่งปัญหาก็คือเชื้อ T-Virus มันจะสร้างผลกระทบแบบไหนในสิ่งมีชีวิตที่ต่างกัน
ในระหว่างที่ Birkin ยังคงไร้ประโยชน์ ผมได้ทำการวิจัยเชื้อ T-Virus ด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้พบว่าเชื้อตัวนี้สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตข้างนอก ไม่ใช่แค่กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น แต่พืช , แมลง และปลา ก็สามารถรับเชื้อได้เช่นกัน
ทุกครั้งที่ผมเดินเข้าไปในป่า ผมก็จะคิดทุกครั้งว่า ทำไม Spencer จึงเลือกที่แห่งนี้เป็นศูนย์วิจัย
มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดในป่าแห่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเชื้อไวรัสถูกแพร่ออกไป หรือแม้กระทั่งถ้าแมลงตัวเล็กๆ ได้รับเชื้อไป มันคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงสำหรับมัน แต่ในฐานะตัวแพร่เชื้อล่ะ การแพร่กระจายของไวรัสคงเป็นไปในอัตราที่สูงจนไม่สามารถควบคุมได้อย่างแน่นอนรึแม้แต่ต้นไม้ที่ได้รับเชื้อ ตัวมันเองไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ก็คงดูจะปลอดภัยดี แต่กับเมล็ดที่มันผลิตออกมาล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
มันดูอันตรายเกินไปถ้าที่กล่าวมาเกิดขึ้นจริง ซึ่งเมื่อคิดถึงการที่ตระกูล Ashford ไปตั้งศูนย์วิจัยที่แอนตาร์คติกก้าถือว่าเป็นการฉลาดมาก แต่สำหรับที่นี่ดูเหมือนว่ามีใครจงใจที่จะให้เชื้อแพร่ออกไป แต่มันคงเป็นไปไม่ได้
Spencer กำลังต้องการให้พวกเราทำอะไรกันแน่?
ถึงแม้จะดูเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น แต่ก็ยังคงพูดเรื่องนี้กับคนอื่นไม่ได้อยู่ดี คนๆเดียวที่ผมจะคุยได้ด้วยคือ Birkin แต่เขาคงไม่สนใจซักเท่าไหร่ "ผมต้องการข้อมูลมากกว่านี้"
ผมเริ่มตระหนักถึงขีดจำกัดของตัวเองในฐานะที่เป็นแค่นักวิจัยธรรมดาๆ คนหนึ่ง เพื่อที่จะให้รู้ให้ได้ว่า Spencer คิดอะไรอยู่ ผมต้องอยู่ในที่ๆ จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่านี้ เพื่อที่จะทำอย่างนั้น ผมจะต้องทิ้งที่ๆอยู่ตรงนี้ไป แต่คงทำทันทีไม่ได้ ผมคงให้ Spencer รู้ถึงเรื่องที่ผมจะทำไม่ได้ ไม่งั้นทุกอย่างก็จบ
ในระหว่างนั้นหญิงสาวที่เป็น "Test subject" ของเราก็ถูกลืม ข้อผิดพลาดที่ยังคงมีอยู่
จนกระทั่ง 5 ปีถัดมา....

1988 Summer
เป็น Summer ที่ 11 แล้วที่ผมเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนนี้ผมอายุ 28 ปีแล้ว Birkin เองก็กลายเป็นพ่อของลูกสาววัย 2 ขวบไปแล้ว สำหรับภรรยาของเขาก็เป็นนักวิจัยที่อยู่ในที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาที่จะมีความสัมพันธ์กับคนที่อยู่ในที่ๆ แห่งเดียวกันนานๆ
แต่คนทั่วไปคงทนอยู่ที่แบบนี้นานๆไม่ได้แน่นอน ทุกคนที่ยังอยู่ที่นี่คงเป็นบ้าไปแล้ว
ตอนนี้เรามาถึงช่วงที่ 3 ของการทดลองแล้ว ภายใน 10 ปีที่ผ่านมาเราได้มาถึงขั้นตอนของการสร้างอาวุธที่สามารถสั่งและควบคุมได้ อาวุธที่สามารถนำไปใช้ในสงครามได้ที่เราเรียกมันว่า "Tyrant" แต่โปรเจคท์นี้กลับมีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น การนำคนมาเป็น Test subject ของ Tyrant ดูจะยากและน้อยเต็มที มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรับเชื้อและเหมาะสมพอที่จะถูกทำให้เป็น Tyrant

อาจเป็นเพราะธรรมชาติของตัวเชื้อ T-virus มนุษย์ทุกคนสามารถทำให้กลายเป็น Zombie หรือ Hunter ได้ ซึ่งในกระบวนการนี้ความสามารถและความฉลาดของคนเหล่านี้จะน้อยลงไปเรื่อย (โดยเฉพาะZombie ที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย)
ความฉลาดที่เพียงพอเท่านั้นที่คนๆนั้นจะสามารถกลายเป็น Tyrant ได้ สำหรับ Birkin ที่พยายามที่จะทำการทดลองในรูปแบบอื่นก็พบปัญหาแบบเดียวกัน คนที่จะมาเป็น Tyrant ได้นั้นอาจจะน้อยมากถึงขนาด 1 ใน 100 ล้าน เลยก็เป็นได้ ส่วนที่เหลือจะกลายเป็น Zombie ไปทั้งหมด
ถ้าเรายังคงทำการทดลองต่อไป เราอาจจะสามารถสร้างเชื้อที่มีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปจนสามารถเข้ากันได้กับมนุษย์ที่เรานำมาทดลอง แต่ถ้ามันเป็นจริงได้ เราต้องการ Test subject รายอื่น แต่ถ้าเราทำการทดลองกับคนทั้งอเมริกาเราอาจจะพบคนที่เหมาะสมเพียง 10 หรือน้อยกว่านั้นก็เป็นได้
ศูนย์วิจัยแห่งอื่นก็พบปัญหาเช่นเดียวกัน เราพบทางตันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ แต่เราได้รับข่าวมาว่าศูนย์ในยุโรปสามารถผ่านปัญหาจุดนี้ไปได้แล้ว ซึ่งมันถูกเรียกได้ว่า "Nemesis project"
ผมได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ที่จะนำตัวอย่างของ Nemesis project ที่ยุโรปมาเพื่อเพิ่มความก้าวหน้าในแก่งานของพวกเรา แม้แต่กับ Birkin ก็ตาม จนกระทั่งเราพบ Host ของเชื้อที่เหมาะสมเพียงพอ
ไม่กี่วันต่อมาเราก็ได้รับแพ๊คเกจส่งตรงมาจากยุโรป ซึ่งกล่องถูกตั้งไว้ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์โดนข้างกล่องเขียนไว้ว่า Nemesis project
เพื่อที่ให้ได้ตัวอย่างนี้มาเราต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเนื่องจาก Spencer ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่
Birkin แทบจะไม่ให้ความสนใจตัวอย่างชุดนี้เลย แต่สุดท้ายอย่างน้อยที่สุดเขาก็ยอมรับที่จะทำการทดลองกับมัน
สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างมาด้วย DNA ที่สามารถควบคุมได้ นั่นคือ Nemesis แต่มันสามารถสั่งงานได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่าพลังในการต่อสู้เหลือคณานับ
Host และ Parasite จะถูกแยกสร้าง แต่จะเอามารวมกันในท้ายที่สุดเพื่อที่จะสร้างอาวุธชีวเคมี ถ้ามันสำเร็จ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสมองของ Host แต่ปัญหามันเกิดเมื่อ Parasite สามารถควบคุม Host ได้ทั้งหมด เราก็ไม่สามารถควบคุมอาวุธชีวเคมีตัวนี้ได้
ในข้อมูลการวิจัยแทบทั้งหมดเป็นข้อมูลของ Host เสียชีวิตอันเนื่องมาจากถูก Parasite เข้าควบคุมได้เหนือกว่าภายในเวลาเพียง 5 นาทีถ้า Host ถูกควบคุมได้โดย Parasite เขาก็จะเสียชีวิตทันที แต่ถ้า Host สามารถควบคุมตัวเองเหนือ Parasite ได้งานของเราก็จะสำเร็จ เราอาจจะยกเครดิตให้กับ Nemesis project ซึ่ง Host ล่าสุดที่เราเลือกคือผู้หญิงคนที่เป็น Test subject ของเรามาเป็นเวลานาน เพราะเธอมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอสามารถมีชีวิตรอดมาได้ทุกวันนี้แม้ว่าจะได้รับเชื้อหลายชนิดจากการทดลองอย่างมากมายของพวกเรา
การทดลองกับเธอก็สร้างผลที่เราคาดไม่ถึง เมื่อเชื้อ Nemesis ที่พยายามจะเข้าสู่สมองของเธอได้หายไป ซึ่งเราเองก็บอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไงก็ตามเรายังหวังให้เธอเป็น Nemesis อยู่ดี
นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการทดลอง เราตัดสินใจที่จะทำการทดลองกับเธอต่อไป
ในช่วงเวลา 10 ปี ที่เราได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเธอ เราก็ได้ข้อสรุปที่จะทิ้งข้อมูลการทดลองเก่าทั้งหมด เพราะในเวลา 21 ปีที่เธอได้รับเชื้อทุกอย่าง ที่เราใส่ไป รวมถึง Nemesis บางสิ่งบางอย่างก็ได้ปรากฏขึ้น แม้แต่ Birkin เอง ก็ได้สังเกตข้อเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน มีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเธอ แต่มันแตกต่างไปอย่างมากเมื่อเทียบกับ T-Virus project และมันก็ให้ไอเดียใหม่แก่พวกเราโปรเจคท์ของพวกเราได้เปลี่ยน "G-virus project"
หลังจากนั้น 7 ปีต่อมา ...
31 กรกฎาคม 1995
ช่วง Summer อีกครั้งสำหรับที่นี่ และเป็นปีที่ 17 นับตั้งแต่ผมเข้ามาแล้ว ทุกครั้งที่ผมเข้าไปที่นั่น ผมยังคงได้กลิ่นอายของวันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปแม้แต่สิ่งก่อสร้าง
ผมเห็น Birkin ที่ยืนพร้อมอยู่แล้วที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานเนื่องจากผมออกจากที่นี่เมื่อ 4 ปีก่อน
ในตอนนั้นโปรเจคท์การค้นคว้า G-virus ของ Birkin ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ผมจึงตัดสินใจที่จะขอเขากลับไปยังที่ทำงานแห่งนั้นอีกครั้ง ตอนนี้ผมจำเป็นต้องแสดงให้เหมือนกับว่า ผมเป็นเพียงอดีตนักวิจัยที่ตัดสินใจออกจากการทำงานที่นั่น เพื่อทำงานอื่น และกลับมาที่นี่อีกครั้ง
แต่ในที่สุด โครงการพัฒนา G-virus ได้ทำให้ผมตระหนักถึงขีดจำกัดในฐานะนักวิจัยได้เป็นอย่างดี แม้ว่าผมเองจะไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องรู้ถึงเจตนารมณ์ของ Spencer แต่ทว่าตอนนี้ ผมคงไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่วิจัยเชื้อไวรัสอีกต่อไปแล้ว
ลึกลงไปในศูนย์วิจัยข้างใต้นั้น Birkin ยังคงไม่ได้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว นอกจากแผ่นกระดาษงานวิเคราะห์การทดลองในมือของเขาเท่านั้น เขายังคงไปที่ศูนย์วิจัย Arklay อย่างเป็นปกติ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำการทดลองอยู่ที่นั่นอีกแล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้สักพักแล้ว ที่ Birkin ได้ย้ายไปทำงานต่อที่ศูนย์วิจัยใหม่ขนาดใหญ่ใต้ดินเมือง Raccoon ซึ่งมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือพัฒนาเชื้อ G-Virus เมื่อ 4 ปีก่อนนั้น ผมเองคิดในใจว่า Spencer ไม่น่าที่จะอนุมัติโครงการพัฒนา G-Virus เลย เนื่องจากมันเป็นการค้นพบโดยบังเอิญ และเป้าหมายของมันก็แตกต่างไปจากที่เขาต้องการไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ความแตกต่างระหว่างG-Virus กับ T-Virus ก็คือเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบจาก G-Virus นั้น จะสามารถพัฒนาตัวมันเองต่อได้ เพราะเชื้อไวรัสอยู่ในรูปแบบของยีนส์ ที่ไม่ได้ป้องกันอะไรไว้ ทำให้มันสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา ดังนั้นแม้มันจะไม่ถูกฉีดให้กับร่างทดลอง ตัวเชื้อเองก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
สำหรับยีนส์ในร่างกายมนุษย์นั้นค่อนข้างยากที่จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง แม้ว่ามันจะถูกนำมาผสมกับเชื้อไวรัสก็ตามทีแต่ทว่าเนื้อเยื่อที่โดนเชื้อ G-Virus นั้น กลับพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ
แต่ทว่า T-Virus กลับไม่มีคุณสมบัตินี้เลยในกรณีที่เราฉีดเชื้อไปใน Host ชนิดต่างๆ เราสามารถเก็บข้อมูลการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ภายในนั้นได้ตลอด แต่ T-Virus กลับไม่เป็นเช่นนั้น มันจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นจากภายนอกเสียก่อน และผลลัพธ์ ก็ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์กันเอาไว้
แต่ผลกระทบจาก G-Virus นั้น เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า การรวมตัวระหว่างเชื้อกับยีนส์ของมนุษย์นั้น ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นใด และไม่ว่าจะพยายามหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงยังไง ผลที่ได้ออกมาก็คือการขยายตัวและกลายพันธุ์อย่างไร้ขอบเขต โดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เมื่อ 7 ปี ก่อน Birkin ค้นพบเชื้อตัวนี้ในร่างทดลองหญิงสาวผู้หนึ่ง ดูจากภายนอกแล้วเธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่ภายในร่างกายเธอกลับมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยการรวมตัวของเชื้อที่เธอได้รับเข้าไป ทำให้เธอยังมีชีวิตรอดได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจาก 21 ปีที่ร่างของเธอถูกใช้ทดลองอย่างเต็มพิกัด ตอนนี้เธอเหมือนกับแหล่งรวมไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่โครงการพัฒนา G-virus ก็พยายามที่จะควบคุมสิ่งผิดปกติเหล่านี้ให้ได้แล้วสุดท้ายโครงการนี้ก็จะสร้างสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ขึ้นมา หรือจะเป็นเพียงการทำลายกันแน่? เราจะเรียกของเหล่านี้ว่าเป็นอาวุธได้เหรอ? อะไรที่ทำให้ Spencer อนุมัติโครงการเหล่านี้?
แม้ผมจะอยู่แผนกข้อมูลตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ผมก็ยังไม่ล่วงรู้ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ Spencer ได้เลย และตอนนี้ Spencer เองก็ไม่ได้มายังศูนย์วิจัย Arklay อีกแล้วด้วย มันดูราวกับว่า Spencer จะรู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ตอนนี้ภาพของ Spencer ได้หายไปจากสมองผมแล้ว
แต่อย่างไรก็ดี บางอย่างจะต้องเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาของมัน... ถ้าผมรอดชีวิตถึงตอนนั้นนะ
ลิฟต์พาผมและ Birkin มาถึงยังชั้นที่มีความปลอดภัยสูงสุด มายังที่ที่เราพบเธอครั้งแรก นักวิจัยคนใหม่ชื่อ John ผู้ที่มาแทน Birkin ในศูนย์วิจัย Arklay แห่งนี้ได้ยืนรอเราอยู่ก่อนแล้ว
John ได้ย้ายมาจากศูนย์วิจัยในชิคาโก้โดยได้รับการขนานนามว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ แต่ดูเหมือนว่าเขายังธรรมดาเกินไปสำหรับการมาทำงานที่นี่ เขาสงสัยถึงความปกติของงานวิจัยในนี้ และรายงานไปยังเบื้องบน ซึ่งดูเหมือนว่าจะสร้างความเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี แม้แต่ในหน่วยข่าวกรองของเราก็เช่นกัน
ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่า หากมีข้อมูลใดๆ เล็ดลอดออกไปจากที่นี่ คงจะเป็นฝีมือ John อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี พวกเราไม่ได้สนใจ John มากนัก และพร้อมที่จะดูแลเธอเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อที่จะนำไปฆ่าทิ้ง
เธอเริ่มที่จะมีสติปัญญามากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ได้รับเชื้อ Nemesis เข้าไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรนอกเหนือไปกว่าพฤติกรรมที่ดูจะแปลกประหลาดขึ้นไปเรื่อยๆ
พฤติกรรมแปลกๆที่แสดงออกให้เห็นมากขึ้นทุกวัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้ดึงใบหน้าของหญิงสาวคนอื่นมาแปะไว้บนใบหน้าของเธอเอง แต่จากข้อมูลที่เราเก็บมาตลอดพบว่า เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่ได้รับเชื้อเป็นครั้งแรก เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมแบบนี้ขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้ตัดสินใจที่จะกำจัดเธอทิ้งซะ หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ 3 คน กลายเป็นเหยื่อในครั้งนี้
ตอนนี้การศึกษา G-virus กำลังไปได้สวย และเธอเองก็หมดประโยชน์แล้ว การกำจัดเธอถูกควบคุมตลอดเวลา และดูเหมือนกับว่าร่างของเธอจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ไหนซักแห่งตามคำสั่งของผู้จัดการศูนย์วิจัย
แม้แต่ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเธอคือใคร และทำไมเธอถึงถูกนำมาที่นี่ แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเธอ โครงการพัฒนาเชื้อ G-virus ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ และผมกับ Birkin ก็คงอยู่ในสถานะที่แตกต่างออกไป ผมได้ออกไปจากศูนย์วิจัย Arklay พร้อมกับคิดในใจว่า "Spencer กำลังคิดไปไกลแค่ไหนกันแน่?"

(เหตุการณ์ในภาค 0 เกิดขึ้นหลังจากนี้ถัดไป3 ปี)
ปล. เนื้อหาเหล่า นี้ ยกเครดิตให้


[ นักรบแห่งแสง ซึงามิ โชอิจิ ]

บอร์ด นิชิกิ ครับ

2005/Sep/11

วิชาประวัติศาสตร์ EVA 201:1945-2000 จัดทำโดย SEELE

AD. 1945 สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2 ด้วยการพ่ายแพ้ของญี่ปุ่น ในปลายปีนี้ที่เยอรมันนี

ได้มีการจัดตั้งองค์กรลับที่ใช้ชื่อว่า SEELE ขึ้นด้วยการนำของ KEEL LORENZ
AD. 1947 อเมริกาได้ตระหนักถึงข้อด้อยของอาวุธนิวเคลียร์ที่ มักแผ่รังสีที่เป็นอันตรายจำนวนมากหลังการระเบิด จึงได้ทำการจัดตั้งโครงการลับ ในการสร้างอาวุท ที่มีอานุภาพ เท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ แต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า โดยที่โครงการในครั้งนี้ได้ ทำการวิจัยร่วมกับประเทศ ญี่ปุ่น และ เยอรมันนี

AD. 1957 สหภาพโซเวียต ได้ส่งดาวเทียม สปุตนิกดวงแรกได้เป็นผลสำเร็จ โดยที่งานวิจัยที่ญี่ปุ่น เยอรมันนีและ อเมริกาทำเรื่อง ระเบิดไนโตรเจนนั้น ได้ประสบผลสำเร็จ เป็นที่น่าพอใจ โดยที่ได้สร้างระเบิดต้นแบบ โดยใช้ชื่อว่า
ระเบิดN-1

AD. 1970 ทางอเมริกาที่ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ได้นั้น ได้คิดโครงการสร้างฐานทัพลับ บนดวงจันทร์ และการสร้างอณานิคมในอวกาศ โดยได้รับทุนสนับสนุนการ รัฐบาลญี่ปุ่นกับ สหภาพการค้า SEELE

AD. 1972 ทางอเมริกา กับ NATO ได้เริ่มการสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์ โดยที่ทาง เยอรมันนี กับ ญี่ปุ่น และ เกาหลี ได้ เริ่มโครงการ สร้างสิ่งมีชีวิตเทียม โดย เป็นการสร้างสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยหลอดแก้วในการเป็นที่เติบโตของตัวอ่อน และใช้ระบบ หุ่นยนต์ในการ เลี้ยงสิ่งมีชีวิต จนถึงวัยผสมพันธ์ โดยที่โครงการนี้ เป็นการป้องกันการสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในกรณี อุกบาตชนโลก ค่าใช้จ่ายในโครงการนี้ ออกโดยIRUEL.CROP ในสังกัดของสหภาพการค้าSEELE

AD. 1991 เริ่มต้นสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในสงครามนั้นทางสหรัฐอเมริกาได้แสดงให้เห็นแก่ชาวโลกว่ามีกำลังทางทหารที่เข้มแข็งที่สุดในโลก ทางUN. ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้จึงได้มีมติเห็น ชอบให้ทำการจัดตั้ง กองทัพแห่งสหประชาชาติ ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนหลักจาก สหพันธ์การค้า SEELE

AD. 1997 UN. ได้เสริมสร้างแสนยานุภาพของกองทัพ โดยได้นำเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่เข้าประจำการในปีนี้ โดยมีชื่อประจำเรือว่า OVER THE RAINBOW ในปีเดียวกันนี้ ทางSEELE ได้เริ่มโครงการ
สร้างเครื่องยนต์ ที่ให้พลังงานไม่จำกัด โดยเริ่มต้นสร้างเครื่องต้นแบบจากสิ่งมีชีวิตที่ค้นพบที่ขั้วโลกใต้

AD. 1998 UN.ในการส่งคณะสำรวจไปขั้วโลกใต้ครั้งที่7 ทางคณะสำรวจได้มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในบริเวณกลางแผ่นทวีป คณะมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งฐานปฎิบัติการณ์ ฐานแรกที่ขั้วโลกใต้ เพื่อการศึกษา สิ่งมีชีวิตดังกล่าว โดยมีผู้สนับสนุนหลักในการสร้างฐานดังกล่าวคือ KEEL LORENZ

AD. 1999 ฐานปฎิบัติการที่สองของสหประชาชาติที่ขั้วโลกใต้ได้ทำการสร้างเสร็จลง เป็นผลสำเร็จ ในกลางปีนี้ ที่ JORDAN ได้มีการค้นพบหอก LONGINUS ปีเดียวกันนี้ DR.KATSURAGI ผู้คิดค้นแนวคิดเกี่ยวกับเครื่องยนต์ S2 ได้เดินไปขั้วโลกใต้พร้อมกับ คณะวิจัยของสหประชาชาติ

** 15 สิงหาคม. 2000 ** ได้เริ่มการทดลองสิ่งมีชีวิตตัวอย่างที่ขั้วโลกใต้ โดยที่ หอกLONGINUS นั้นอยู่ระหว่างการเดินทางมากขั้วโลกใต้ วันเดียวกันนี้ สมาชิกผู้ให้ทุนในการสำรวจ จำนวนหนึ่งได้เดินทางมาถึงฐานปฎิบัติการที่2เช่นเดียวกัน

** 11 กันยายน. 2000 ** ในวันนี้คณะสมาชิกผู้ที่ให้ทุนในการสำรวจ (seele) ได้เดินทางกลับสู่สำนักงานใหญ่ในเยอรมันนี และบางส่วนได้ไปที่สำนักงานสาขาญี่ปุ่น โดยในวันนี้ IKARI GENDO ได้เดินทางกลับไปด้วย

** 12 กันยายน. 2000 **
เวลา 8:30 .ได้เริ่มทดลองตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่ขั้วโลกใต้
เวลา 9:20:10 การทดลองเกิดผิดพลาดตัวอย่างการทดลองปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา สังหารเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไป
เวลา 9:30:00 DR.KATSURAGI ได้ช่วยชีวิตลูกสาวของตัวเอง KATSURAGI MISATO เอาไว้โดยใส่ไว้ในยานกู้ภัย

** 9:31:07 12 กันยายน. 2000AD.** -----SECOUND IMPACT------
ตัวอย่างทดลองได้ทำการปลดปล่อยพลังงานทั้งหมด ทำให้ขั้วโลกใต้ทั้งทวีปถูกทำลายทั้งหมด น้ำแข็งในขั้วโลกใต้ที่ละลาย จากการระเบิดทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นกว่า60เมตร ส่งผมให้เมืองชายฝั่งหลายเมืองบนโลกจมอยู่ใต้ทะเล สภาพแวดล้อม แปรปรวน ไปทั่วโลก ประชาการโลก1/3ได้เสียชีวิตไป

วิชาประวัติศาสตร์ EVA ปี 2000-2014 จัดทำโดย SEELE

ต่อจากบทที่แล้วว่าด้วยการเกิดของ second impact แล้วนั้น ภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์ ได้ 3เดือน ทางองค์การสหประชาชาติ ที่ปัจจุบัน ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ ไป อยู่ที่ กรุงเจนีวา ประเทศ swithzerland ได้ออกทางแถลงการต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่ขั้วโลกใต้นั้น เป็นผลมาจากการที่ อุกาบาต ที่มีความยาวประมาณ5กิโลเมตรพุ่งเข้าชนโลกด้วยความเร็ว 10%ของความเร็วแสง ทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ ละลาย แล้วทำให้ระดับน้ำขึ้นสูงกว่า 60 เมตรทั่วโลก และยังส่งผลให้เมืองชายฝั่งทั่วโลกจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆทางเราจะส่งไปให้ประเทศต่างๆในเร็วๆนี้ ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 2001 SEELE ได้เริ่มแผนการ ที่มีชื่อว่า โครงการส่งเสริมมนุษย์ชาติ โดยมีกำหนดเวลาในการดำเนินการ 15ปี นับตั้งแต่วันแรกที่โครงการเริ่ม ดำเนินการคือวันที่ 2 มกราคม 2001

AD. 2001 .ในวันที่ 6 มิถุนายน 2001 ทางสหประชาชาติได้ จัดตั้งทีมงานสำรวจไปสำรวจขั้วโลกใต้ โดยที่หัวหน้าการสำรวจในครั้งนี้ คือ IKARI GENDO โดยที่เป้าหมายหลักในการสำรวจในครั้งนี้ คือการวิเคราะห์ สภาพของน้ำทะเลที่ขั้วโลกใต้ และ สภาพอากาศหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และเป้าหมายรองคือ การค้นหาหอก LONGINUS ที่ได้ศูนย์หายไประว่างการทดลอง กับตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ในปีเดียวกันนี้ คณะกรรมการSEELE ได้มีสมาชิก ใหม่เพิ่มขึ้นอีก1คน เป็นชาว อิสรเอล ผู้มีนามว่า SADUJ ISCARIOT

AD. 2002 Artificial Evolution Research Institute ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นที่ ญี่ปุ่นตามคำสั่งของ UN. โดยที่สถาบันวิจัยแห่งนี้ได้รับทุนสนับสนุน จากSEELE และที่เป็นความลับต่อสาธารณชน คือ ได้มีการก่อสร้าง ป้อมปราการไว้ใต้ศูนย์วิจัยแห่งนี้ โดย สร้างในช่องว่างขนาดมหึมาที่ ทาง SEELE ได้ค้นพบตั้งแต่ปี 1999 โดยที่ให้ชื่อทางการแก่ปราการใต้ดินแห่งนี้ว่า GEO FRONT และในปีเดียวกันนี้ ที่สถาบันแห่งนี้อีกเช่นกันที่ได้มีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ รูปแบบใหม่ ที่ชิ้นส่วนชีวภาพมาเสริมในการทำงาน โดยที่คอมพิวเตอร์ ต้นแบบทั้งสามได้มีชื่อ เรียกรวมๆกันว่า MAGI ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญต่อวงการคอมพิวเตอร์ โดยที่ระบบนี้ ยังคงใช้มาถึงปัจจุบัน โดยที่ผู้ที่ทำการพัฒนาระบบดังกล่าวมีชื่อว่า AKAGI ส่วนชื่อนั้นได้ศูนย์หายไปจากบันทึก ที่มีอยู่คงเหลือไว้แต่ นามสกุล / รายละเอียดที่เหลือจะกล่าวในบทของ ประวัติอุตสาหกรรม ของSEELE HI:101

AD.2003 ในปีนี้ ที่ประเทศเยอรมัน ได้มีการสร้างศูนย์หลบภัย ขนาดใหญ่ขึ้นโดยใช่ชื่อว่า THE ARC 1 โดยที่การก่อสร้างดังกล่าว ดำเนินการโดยปิดเป็นความลับอย่างยิ่งยวด โดยที่โครงการดังกล่าว สามารถรองรับ จำนวนคนที่มาหลบภัยได้ถึง 5ล้านคน โดยที่สามารถอยู่อาศัยอยู่ภายในโดยตัดขาดจากโลกภายนอกได้นานถึง5ปี ที่ตั้งของโครงการ นั้น อยู่ในบริเวณเทือกเขา ทางตอนใต้ของเยอรมัน โดยที่ได้สร้างเป็น โดมขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10กิโลเมตร นับได้ว่าเป็น เซลเตอร์ รุ่นแรกๆทีสร้างก่อนกลียุคครั้งใหญ่ ในปี2016ที่จะตามมา ในช่วงเวลานี้เอง Ryoji kaji ได้เข้าไปเป็นสายสืบให้แก่ กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น

AD.2004 ทางอเมริกา กับ ฝรั่งเศล ได้เริ่มทำการก่อสร้างสถานีอวกาศในวงโคจรโลก ส่วนแรก โดยที่ทางเยอรมันนีก็ได้ เริ่มทำการคิดค้นพลังงานรูปแบบใหม่ที่ จะใช้ในโครงการอวกาศโดยที่ได้นำเอาโครงการวิจัยที่ทำที่ขั้วโลกใต้เมื่อ 4ปีก่อนเรื่องของเครื่องยนต์ที่ผลิตพลังงานได้ไม่จำกัด โดยที่เครื่องยนต์ดังกล่าวมีชื่อเรียกย่อๆว่า S2 โดยที่ทาง เยอรมันได้ร่วมมือ กับ เครือบริษัท LELIEL.Inc ที่เป็นบริษัท เอกชนรายใหญ่ในเรื่องการผลิตพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ ส่วนในช่วงประมาณกลางปีนี้ ได้เกิดอุบัติเหตุที่สะเทือนไปทั้งวงการวิทย์ยาศาสตร์ เมื่อการทดลองที่ทำกับตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่ค้นพบที่ขั้วโลกใต้ เกิดเหตุผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลทำให้ Dr.Ikari Yui เสียชีวิตในห้องทดลองที่ Artificial Evolution Research Institute ที่ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการทำการสอบสวนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และได้มีการสรุปผลอย่างไม่เป้นทางการว่า สาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นอุบัติเหตุ ในปลายปีนี้เช่นเดียวกัน วันที่ 25 ธันวาคม ได้มีการลงนาม ในสนธิสัญญา ว่าด้วยการใช้ระเบิด ไนโตรเจน ว่าประเทศที่สามารถมี ระเบิดดังกล่าวไว้ในครอบครองได้แก่ ประเทศกลุ่ม G8 กับ ทางกองทัพ สหประชาชาติ เท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ในปีเดียวกันนี้ ทางอเมริกา ได้ทำการสร้าง เซลเตอร์ OMEGA1 กับ OMEGA2 โดยที่ ทั้งสองเซลเตอร์ นั้น สร้างขึ้นบริเวณ ทางตอนกลางของประเทศ ส่วนทางจีนก็สร้าง เซลเตอร์Shanghai Hongkong และ Peijingขึ้น

AD.2010 6ปีตั้งแต่เริ่มโครงการ สถานี อวกาศในวงโคจรโลกก้อได้ทำการสร้างเสร็จ พร้อมทั้งฐานทัพของ สหรัฐกับ นาโต้ บนดวงจันทร์ก็ได้สร้างเสร็จในปีนี้เช่นเดียวกัน ในปีนี้ทางSeele ได้ทำการตั้งองค์NERV ขึ้นมา โดยที่ยุบเอา องค์กรGEIHIM กับAERI เข้าไว้ด้วยกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่DR.AKAGIผู้ที่ทำการวิจัย ในการสร้างSuper computer ที่ใช้ชื่อว่า Magi ได้ฆ่าตัวตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ข่าวบางกระแสในช่วงนั้นกล่าวว่า อาจเป็นปัญหามากจากเรื่อง ความรัก ในปีนี้ เมืองNeo Tokyo3ได้เริ่มทำการก่อสร้างขึ้นโดยที่ ได้ทำการสร้างเมื่องที่บริเวณ ด้านเหนือของทะเลทราบ อะชิทากะ โดยตามแผนในโครงการเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของญีปุ่นในปี 2017 โดยที่ในปีนี้ทางญี่ปุ่นได้ทำการสร้าง เซลเตอร์Shin Osaka กับเซลเตอร์Shin Kyoto

AD. 2011 ในปีนี้ SADUJ ISCARIOT ได้ทำการวิจัยลับๆเกี่ยวกับ เหตุการณ์Second impact กับกรณีอุบัติเหตุของ Dr.Ikari Yui โดยเป้าหมายหลักของท่านคือการ สร้างสิ่งที่สามารถต้านทานพลังของ สนามพลังAntiAT Fild และหาวิธีนำผู้ที่เสีย สนามพลังAT.Fild ไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยที่อุปกรณ์ดังกล่าวเมื่อทำการสร้างเสร็จ จะนำไปติดตั้งในเซลเตอร์ทุกแห่งในโลก เนื่องจากท่านนั้น ทราบจากแหล่งข่าวลับของท่านว่า มีองค์กรลับแห่งหนึ่ง กำลังพยายามสร้างระเบิดสลายสนามพลัง AT.Fild จึงจำเป็นที่จะต้องทำการสร้างโดยเร็ว โดยที่โครงการดังกล่าว ทำกันโดยที่มีสมาชิก ขององค์กรรู้กันไม่กี่คน เพื่อความปลอดภัยของโครงการ

AD.2014 ทาง SADUJ ISCARIOT ได้ทำการสร้างเครื่องป้องกัน สนามพลังAntiAT.Fild ได้เป็นผลสำเร็จ และได้เริ่มทำการติดตังในเซลเตอร์ทั่วโลกอย่างเป็นความลับที่สุด ทางด้านองค์กรNERV ที่ได้Ikari Gendo มาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดนั้น ได้เริ่มทำการสร้างระเบิด AntiAT.Fild ขึ้นโดยที่ไม่ให้คนในSeele รู้ในตอนประมาณกลางปีนี้ เซลเตอร์ทั้งในอเมริก จีน ญี่ปุ่นได้ทำการสร้างเสร็จลงเป้นผลสำเร็จ โดยที่เซลเตอร์ทั้งหมดได้รับ การติดตังอุปกรณ์ต่อต้าน สนามพลังAntiAT.Fild

AD.2015-2017 เป็นที่กังขากันมานานแล้วว่า ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นได้เกิดอะไรขึ้น ไม่มีหลักฐานหรือบันทึกใดๆที่บันทึกถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น หลงเหลื่อมาให้ศึกษาเลยซึ่งหลักฐานโดยส่วนใหญ่เท่าที่เราทราบนั้น ถูกทำลายไปพร้อมกับ Third Impact แต่การค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการค้นพบSuper Computer ทั้ง3เครื่องที่ได้มีการกล่าวถึงไว้ในบทก่อนๆไว้ ที่บริเวณจุดImpact ซึ่งข้อมูลจากในเครื่องนั้น ทางเรากำลังทำการวิเคราะห์และ ทำการศึกษา เพื่อที่เราจะได้รู้กันว่า 2ปีก่อนเกิดThird Impact นั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หนังสือบทต่อไปจะเป็น ปี 2017-2500

วิชาประวัติศาสตร์ EVA ปี 2000-2014 จัดทำโดย SEELE

วิชาประวัติศาสตร์ EVA ปี 2000-2014 จัดทำโดย SEELE

ต่อจากบทที่แล้วว่าด้วยการเกิดของ second impact แล้วนั้น ภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์ ได้ 3เดือน ทางองค์การสหประชาชาติ ที่ปัจจุบัน ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ ไป อยู่ที่ กรุงเจนีวา ประเทศ swithzerland